เลี้ยงปลาคราฟต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

เลี้ยงปลาคราฟต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

ปลาคราฟ จัดว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามมานาน เนื่องจากเป็นปลาที่มีความเชื่อง เลี้ยงง่าย สวยงาม และยังเป็นที่ต้องการของผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั้งในและนอกประเทศ มีหลากหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะ สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะเลี้ยงปลาคราฟ ก็มีข้อมูลการเตรียมความพร้อมมาฝากเพื่อนๆ

• การเลือกซื้อปลาคราฟ

การที่เราจะหาปลาปลาคราฟมาเลี้ยง ควรมองหาลูกปลาที่มีอายุ 1-2 ปี มาเลี้ยง ไม่ควรนำปลาคราฟขนาดใหญ่มาเลี้ยง และไม่ควรนำปลาชนิดอื่นมาเลี้ยงรวมกันกับปลาคราฟ เพราะอาจนำเชื้อโรคมาให้ปลาคราฟได้

• ขนาดของพื้นที่ที่จะใช้เลี้ยงปลา

ผู้เลี้ยงที่ตัดสินใจจะเลี้ยงปลาคราฟ ควรเริ่มต้นด้วยการขุดบ่อขนาด 80×120 ลึก 50 เซนติเมตร มีสะดือที่ก้นบ่อขนาด 1×2 ฟุต ลึกประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อไว้เป็นที่เก็บขี้ปลาและสิ่งสกปรก รวมถึงติดตั้งระบบถ่ายเทน้ำเสีย เพื่อช่วยให้น้ำในบ่อสะอาดอยู่ตลอดเวลา สำหรับบ่อที่จะใช้เลี้ยงปลาคาร์ฟควรเป็นบ่อซีเมนต์ เพราะสามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมชาติได้ง่าย มีตะไคร่น้ำเกิดและเกาะได้เร็ว ซึ่งตะใคร่น้ำนั้นจะเป็นอาหารที่ดีของปลา สามารถดูดสิ่งสกปรก และแอมโมเนียที่อยู่ในน้ำได้อีกด้วย บ่อควรจะตั้งอยู่ในที่ที่มีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ให้ความร่มรื่นพอสมควร อย่าให้อยู่กลางแจ้ง เพราะจะทำให้ปลามีสีสันจืดจางลง และยังโตช้าลงด้วย

• การเตรียมน้ำเพื่อเลี้ยงปลา

น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำประปา จะดีกว่าน้ำชนิดอื่น เพราะน้ำประปามีสภาพเป็นกลาง ถ้าใช้น้ำฝนจะทำลายสีของปลา และปลาอาจเกิดโรคได้ง่าย ส่วนน้ำจากแม่น้ำลำคลองก็ไม่เหมาะ เพราะมีเชื้อโรคที่สร้างอันตรายกับปลาได้ หากไม่มีน้ำประปา ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อและเติมปูนขาวเพื่อปรับสภาพน้ำจากกรดให้เป็นกลางเสียก่อน แล้วค่อยนำมาใช้เลี้ยงปลาได้ ทางที่ดีต้องติดตั้งระบบหมุนเวียนของน้ำและเครื่องพ่นน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้น้ำในบ่อได้ถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และมีออกซิเจนที่เพียงพอต่อปลาด้วย

• การให้อาหาร

ผู้เลี้ยงควรให้อาหารไม่เกินวันละ 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น ข้อควรจำในการให้อาหาร คือ ต้องให้ตามเวลา เพื่อให้ปลาเกิดความเคยชินและเชื่องกับผู้เลี้ยง อาหารต้องกะให้พอเหมาะกับจำนวนปลา ไม่น้อยหรือมากเกินไป ทั้งนี้ ต้องคอยสังเกตว่าปลากินอาหารอย่างไร ถ้าอาหารหมดเร็ว แสดงว่าปลายังต้องการอาหารเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มลงไปได้อีกเล็กน้อย แต่ถ้าอาหารยังลอยน้ำอยู่ ก็ให้รีบตักออก เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้น้ำเสียเร็ว

สำหรับอาหารที่ให้ แนะนำเป็นเนื้อปลาป่น กุ้งสดบด เนื้อหอย เนื้อปู ปลาหมึก ข้าวสาลี รำ ผักกาด ข้าวโพด แมลง สาหร่าย ตะใคร่น้ำ แหน ลูกน้ำ หนอนแดง ถั่วเหลือง ขนมปัง และอาหารสำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด

• การเปลี่ยนน้ำ

เมื่อผู้เลี้ยงสังเกตเห็นน้ำในบ่อเริ่มขุ่น และมีสิ่งสกปรกมาก ต้องรีบเปลี่ยนน้ำทันที และขณะที่ถ่ายน้ำ ออก 1 ใน 3 ส่วนของบ่อ จะต้องเพิ่มน้ำใหม่แทนในปริมาณเท่าเดิม โดยใช้น้ำประปาที่เก็บไว้ประมาณ 2-3 วัน หลังจากที่คลอรีนระเหยแล้ว อย่าใช้น้ำประปาที่รองจากก๊อกใหม่ๆ หรือน้ำประปาที่เก็บไว้นาน เพราะจะเกิดอันตรายต่อปลาได้ค่ะ อีกทั้งควรรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำในบ่อ ให้อยู่ในระดับ 20-25 องศาเซนติเกรด หากร้อนจัดหรือเย็นจัด จะทำให้ปลาเติบโตอย่างเชื่องช้า

Share

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *