งูหลามบอล ขี้อาย ขี้กลัว ขดก้อนกลมๆ เรียก งูบอลไพธอน

ที่มาสัตว์เลี้ยงสวยงาม
ผู้เขียนสุจิต เมืองสุข
เผยแพร่วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2564

อาชีพเสริม น่าจะเป็นรายได้สำคัญที่หลายครอบครัวต่างต้องมีสำรองไว้ในยุคนี้

คุณศากฤษ ทิพย์ธราดล หรือ คุณนุก มีอาชีพหลักคือการขายของตลาดนัดและผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้มีเวลาอยู่บ้านค่อนข้างน้อย เมื่ออยากมีสัตว์เลี้ยงไว้เชยชมบ้าง ก็ต้องเลือกเลี้ยงสัตว์ที่ใช้เวลาในการดูแลค่อนข้างน้อย เพื่อไม่ให้ตกไปเป็นภาระของคนอื่น

คุณศากฤษ ทิพย์ธราดล หรือ คุณนุก

คุณศากฤษ ลองศึกษาหาสัตว์เลี้ยงที่เข้าข่ายตามต้องการ สุนัขหรือแมว จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องตัดทิ้ง และ “งู” ตอบโจทย์

“ผมลองศึกษา พบว่างูตอบโจทย์ และงูเป็นเอ็กโซติก เพ็ต (Exotic Pet) หรือสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ ที่วัยรุ่นสมัยใหม่นิยมเลี้ยง พื้นที่ที่ใช้เลี้ยงไม่มาก อยู่คอนโดมิเนียมหรือหอพัก ก็สามารถเลี้ยงได้ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่มีกลิ่น ใช้เวลาดูแลค่อนข้างน้อย”

คุณศากฤษ ประทับใจในงูบอลไพธอน (Ball Python) เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ขี้อาย ขี้กลัว ชอบขดกลมๆ เหมือนลูกบอล มีสีสันมากมาย หลังการผสมพันธุ์ออกมาเป็นลูกงู จะได้ลุ้นลายและสีทุกครั้ง เสมือนศิลปะที่แต่งแต้มขึ้นได้เอง

จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า งูบอลไพธอน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Python regius มีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา โดยพบตั้งแต่แอฟริกากลางไปจนถึงแอฟริกาตะวันตก โดยปกติแล้วงูบอลไพธอน มักจะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินมากกว่าที่จะปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปีนต้นไม้ไม่เป็น บ่อยครั้งที่พบงูบอลไพธอน อยู่บนต้นไม้ก็มี งูบอลไพธอนนั้นได้ถูกนำมาเพาะพันธุ์เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมานานพอสมควรแล้วเนื่องจากนิสัยที่ไม่ก้าวร้าว นอกจากนี้ ยังมีสีสันลวดลายสวยงาม อีกทั้งยังมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับงูในกลุ่ม Python ชนิดอื่นๆ ในยุโรปมักจะเรียกงูชนิดนี้ว่า Royal Python ในขณะที่ทางฝั่งอเมริกาจะเรียกว่า Ball Python ซึ่งในเมืองไทยเราก็เรียกชื่อเดียวกับอเมริกา

คุณศากฤษ เริ่มเลี้ยงงูบอลไพธอน มาประมาณ 5 ปีแล้ว จากที่คิดจะเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ก็อยากจะลองเพาะพันธุ์ให้ได้ลูกงู ให้ครบวงจรของการเลี้ยง ดังนั้น เมื่อมีจำนวนงูเพิ่มมากขึ้น จึงต้องปล่อยขายออก ทำให้มีรายได้เข้ามาบ้าง ส่วนนี้ในระยะแรกคุณศากฤษก็มองว่าเป็นการได้คืนมา เพื่อนำไปซื้ออาหารให้กับงู

อาหารของงูบอลไพธอน คือ หนู

ในที่นี้ คุณศากฤษ บอกว่า หนูมี 3 ชนิด คือ หนูเหยื่อหรือหนูไมค์ (Mice), หนูแรต (Rat) หรือหนูตัวใหญ่ และหนูแอฟริกันหรือหนูขนาดกลาง ที่จะใช้เป็นเหยื่อหรืออาหารสำหรับงูบอลไพธอน ซึ่งคุณศากฤษ เลือกที่จะเลี้ยงหนูไว้เอง โดยใช้อาหารหมูนมโปรตีน 20 เปอร์เซ็นต์ และสุนัข เป็นอาหารหนู และนำหนูนั้นมาเป็นอาหารงูบอลไพธอนอีกทอด ทั้งนี้ เพื่อความสะอาดของอาหารให้งู โอกาสที่ก่อให้เกิดโรคในงูก็ลดน้อยลงหรือไม่มีเลย

แช่แข็งไว้เป็นอาหาร

ซึ่งนอกจากจะเลี้ยงหนูไว้เป็นอาหารให้งูแล้ว คุณศากฤษ ยังแช่แข็งหนูไว้จำหน่าย สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อไปเป็นอาหารงูบอลไพธอน

การให้อาหาร ทำโดยสัปดาห์ละครั้ง และให้ในปริมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว น้ำหนักสูงสุดที่พบ ประมาณ 3 กิโลกรัม

ตู้ฟักไข่

ลูกงูเกิดใหม่ น้ำหนักไม่ถึง 100 กรัม ขนาดลูกงูขึ้นกับความสมบูรณ์ของแม่พันธุ์

ลูกงูเกิดใหม่ จะกินอาหารจากไข่แดงตรงสายสะดือ หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะลอกคราบ จากนั้นจึงให้อาหารมื้อแรก

ลองถามคุณศากฤษ ถึงการกินอาหารของงูบอลไพธอน เขาบอกว่า ความเข้าใจทั่วไป มักคิดว่างูจะรัดเหยื่อให้กระดูกแหลก แล้วจึงกลืน ทั้งที่จริงงูจะเลือกเหยื่อที่คาดว่าจะกลืนได้ และเหยื่อไม่ได้ตายเพราะถูกรัดจนกระดูกแหลก แต่ตายเพราะถูกรัดแน่นจนขาดอากาศหายใจ และธรรมชาติแล้วงูจะเลือกเหยื่อที่มีขนาดเล็กกว่าตัวมันเอง

โดยสถิติของงูบอลไพธอน ในประเทศไทย (เกิดและเติบโตในประเทศไทย) พบว่า มีอายุไม่เกิน 20 ปี เพราะเพิ่งเริ่มนำเข้ามาเพาะในประเทศไทยไม่เกิน 20 ปีที่ผ่านมา

งูที่พร้อมผสมพันธุ์ ในเพศเมีย อายุ 2 ปีขึ้นไป เพศผู้ อายุ 1 ปีขึ้นไป การผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น ในระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ หลังผสมแล้วงูตั้งท้องนาน 3 เดือน คลอดออกมาเป็นไข่ ไข่ใช้เวลาฟักอีก 2 เดือน จึงออกมาเป็นตัวงู

ในการผสม จะนำพ่อพันธุ์เข้าไปปล่อยไว้ในรังของแม่พันธุ์ สังเกตงูรัดหรือเกี่ยวกัน แสดงว่าผสมพันธุ์แล้ว จะนำออกหรือทิ้งไว้ให้รัดหรือเกี่ยวกับซ้ำก็ได้

แต่ละกล่อง มีงู 1 ตัว

การให้ไข่แต่ละครั้ง อยู่ที่ 5-10 ฟอง คุณศากฤษ จะเก็บไข่ทั้งหมดเข้าตู้ฟัก เพื่อให้แม่งูฟื้นตัวสมบูรณ์ให้มากที่สุด เพราะตามธรรมชาติระหว่างที่งูกกไข่จะไม่กินอาหาร และเปอร์เซ็นต์การฟักเป็นตัวเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ในการฟักไข่ ใช้อุณหภูมิระหว่าง 27-33 องศาเซลเซียส ไม่ควรต่ำหรือสูงกว่านี้ แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำมากไป จะทำให้ระยะเวลาการฟักไข่นานขึ้น และอุณหภูมิที่ใช้ในการฟัก ไม่มีผลต่อเพศของลูกงู แตกต่างจากสัตว์เลื้อยคลานบางชนิดที่อุณหภูมิตอนฟัก สามารถกำหนดเพศได้

vanilla pastel

ที่อยู่อาศัยของงูบอลไพธอน คุณศากฤษ ใช้ภาชนะสี่เหลี่ยม ความยาวและกว้างอย่างละด้านรวมกันแล้วเท่ากับความยาวของงู จึงเป็นขนาดที่อยู่ที่เหมาะสม มีวัสดุใช้รองพื้นในกล่อง เช่น ขี้เลื่อยงู กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือแผ่นรองฉี่ของสุนัข ซึ่งเมื่อทำความสะอาดที่อยู่ของงู อาจเปลี่ยนใหม่หรือนำไปทำความสะอาดเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ

“ผมให้น้ำ 3-4 วัน ต่อครั้ง การให้น้ำนำเข้าไปวางไว้ในกล่อง สักพักหยิบออก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ งูบางตัวจะเล่นน้ำ แช่น้ำ โอกาสที่งูป่วยเป็นไข้หวัดจะตามมา ส่วนอาหารสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ

ถามว่าดุไหม คุณศากฤษ บอกว่า ร้อยละ 95 ไม่ดุ ความดุส่วนใหญ่มาจากตอนให้อาหาร จะออกอาการเมื่อได้กลิ่นอาหาร ดังนั้น เวลาให้อาหารควรระวังและต้องรู้พฤติกรรมของงูแต่ละตัว ว่ากินอาหารแบบใด เช่น ชอบไล่กินเหยื่อเอง หรือกินทันทีเมื่อส่งเหยื่อให้

คุณศากฤษ บอกด้วยว่า แม้ว่างูจะเป็นสัตว์ที่จะแสดงอาการออกมาเมื่อป่วยหนักเท่านั้น แต่ผู้เลี้ยงควรหมั่นสังเกตด้วยว่า งูป่วยหรือไม่ เช่น พฤติกรรมไม่กินอาหารนานๆ หรือมีน้ำลาย หรือมีเสียงหายใจ แสดงว่างูป่วยเป็นไข้หวัด อีกโรคที่พบได้บ่อยคือ แผลหรือหนองในปากงู งูจะไม่กินอาหาร ปากบวม นอกจากนี้ ในงูยังมีเห็บงู ซึ่งจะเกาะติดที่ผิวหนังงู ซ่อนตัวตามเกล็ดงู หากมีเห็บงูจำนวนมาก จะทำให้งูป่วย

ข้อแนะนำ ป้องกันอาการเจ็บป่วยของงูคือ การรักษาความสะอาดของที่อยู่ หมั่นสังเกตงู หากพบว่าป่วยควรพาไปพบสัตวแพทย์ และหากจะนำงูใหม่เข้าฟาร์ม ควรกักตัวไว้สักระยะหนึ่งก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้งูใหม่เป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้ามาแพร่ในฟาร์ม

ปัจจุบัน คุณศากฤษ มีงูบอลไพธอนที่เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เกือบ 100 ตัว และมีลูกงูออกจำหน่ายในปีที่ผ่านมาประมาณ 50 ฟอง และปีนี้หลายร้อยฟอง

งูบอลไพธอน มีหลายสี หลายลาย แต่ละตัวลายและสีไม่เหมือนกัน

และงูบอลไพธอน ยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ากระแสวิกฤตโควิด-19 จะรุนแรง

ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่พันกว่าบาทถึงหลักแสนบาทต่อตัว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *